เมนบอร์ด (Mainboard)


เมนบอร์ด



เมนบอร์ดคืออะไร
    นับตั้งแต่ได้มีการคิดค้นเครื่องpcขึ้นมา ก็ปรากฏเจ้าแผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ ที่รวบรวมเอาชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์
ที่สำคัญๆเข้ามาไว้ด้วยกัน เจ้าแผ่นวงจรไฟฟ้านี้ก็มีชื่อเรียกว่า เมนบอร์ด(MainBoard)หรือมาเธอร์บอร์ด(Motherboard)
หรือ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็จะเรียกว่าแผงวงจรหลัก ซึ่งเมนบอร์ดนี้เองที่เป็นส่วนควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
ภายในpcทั้งหมด เมนบอร์ดนี้จะมีลักษะณะเป็นแผ่นรูปร่างสี่เหลี่ยมแผ่นใหญ่ที่สุดในพีซีที่จะรวบรวมเอาชิปและไอซี
(IC-Integrated circuit)รวมทั้งการ์ดต่อพ่วงอื่นๆเอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงแผ่นเดียว เครื่องพีซีทุเครื่องไม่
สามารถทำงานได้ถ้าขาดเมนบอร์ด





ประเภทของเมนบอร์ด
            – AT 80286-80686 (Pentium) ยุดกลาง
           – ATX 80586-80686 นิยมใช้มากสุดในปัจจุบัน
หน้าที่การทำงานของ Motherboard                
           Motherboard หรือ Mainboard คือแผงวงจรไฟฟ้าหลักที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ได้แก่ CPU , Memory , Slot รวมทั้งการ์ดเสริมต่าง ๆ                 
          Motherboard อาศัยระบบบัส (Bus) เป็นทางเดินสำหรับข้อมูล เนื่องจากในคอมพิวเตอร์นั้นการประมวลผลต่าง ๆ เกี่ยวพันกับการเดินทางของการส่งและการโอนถ่ายข้อมูลเป็นสำคัญ               
          ระบบบัสที่ใช้ในเครื่องรุ่นแรก ๆ คือบัสแบบ ISAเป็นชนิด 16 บิต ระบบบัสที่นิยมใช้ในเครื่อง PC ปัจจุบันคือ บัสแบบ PCI เป็นบัสแบบ 32 และ 64 บิต มีประสิทธิภาพสำหรับการประมวลผลของคอมพิวเตอร์สูง           
         




วิธีเลือกซื้อเมนบอร์ดสำหรับคอมพิวเตอร์

      จากข้อมูลของ CPU ก็จะเห็นว่า เมนบอร์ด สามารถเบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้คือ Socket 7 , Slot 1, Socket 370, Slot A และ Socket A นะครับ ก่อนอื่น หากท่านคิดจะเลือก CPU ตัวใหม่หรือจะทำการ Upgrade CPU ตัวเก่า ก็ลองมองดูก่อนนะครับว่า เมนบอร์ดอันเก่าของคุณนั้นเป็นแบบไหน จากนั้นก็หาข้อมูลว่าเมนบอร์ดนั้น ๆ สามารถรองรับ CPU ได้ความเร็วสูงสุดเท่าไร ลองพิจารณาดูข้อมูลของเมนบอร์ดแบบต่าง ๆ และความเร็วสูงสุดของ CPU ที่มีออกวางจำหน่ายด้วยนะครับ เพราะว่าบางครั้ง คุณอาจจะเพียงแค่เปลี่ยน CPU อย่าเดียว          โดยยังใช้เมนบอร์ดเดิมก็ได้ ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินไปได้มากครับ หากเป็นการเลือกซื้อ เมนบอร์ด ใหม่เลย ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เช่น เมนบอร์ดแบบ Socket 7 ในปัจจุบันนี้ ก็จะมี CPU ที่มีความเร็วสูงสุดเพียงแค่ K6II-550 MHz เท่านั้น ซึ่งหากคิดว่าจะไม่ทำการ Upgrade เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเลือกตัวนี้ได้ (เพราะว่าราคาจะถูกกว่า) แต่สำหรับเมนบอร์ดแบบ Slot 1 หรือ Slot A ปัจจุบันนี้ ยังมี CPU รุ่นใหม่ ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งความเร็วสูงสุดอาจจะขึ้นไปถึง 1GHz ก็ได้ 




เมนบอร์ดประกอบด้วย
  1. ชุดชิพเซ็ต
ชุดชิพเซ็ตเป็นเหมือนหัวใจของเมนบอร์ดอีกทีหนึ่ง อุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าที่หลักคือ คอยควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำงานได้ตามต้องการ ชิพเซ็ตนั้นจะประกอบไปด้วยChip 2 ตัว คือชิพ System Controller หรือ AGPSET หรือ North Bridge เป็นชิพที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ อุปกรณ์หลักๆ ความเร็วสูงชนิดต่างๆ บนเมนบอร์ดที่ประกอบด้วยซีพียู หน่วยความจำแคชระดับสอง (SRAM) หน่วยความจำหลัก (DRAM) ระบบกราฟิกบัสแบบ AGP และระบบบัสแบบ PCI
กับชิพ PCI to ISA Bridgeหรือ South Bridge จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกันระหว่างระบบบัสแบบ PCI กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความเร็วในการทำงานต่ำกว่าเช่นระบบบัสแบบ ISA ระบบบัสอนุกรมแบบ USB ชิพคอนโทรเลอร์ IDE ชิพหน่วยความจำรอม โดยลักษณะการใช้งานนั้นจะขึ้นอยู่กับซีพียู ที่ใช้อยู่เป็นหลัก โดยแต่ละยี้ห้อนั้นจะมีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกันไป 


    2. หน่วยความจำROMไบออส และแบตเตอรรี่แบ็คอัพ
ไบออส BIOS หรือซีมอส (CMOS) เป็นชิพหน่วยความจำชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล และโปรแกรมขนาดเล็กที่จำเป็นต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ ชิพซีมอส จะต้องการพลังงานไฟฟ้าในการเก็บรักษาข้อมูลอยู่ตลอดเวลาซึ่งพลังงานไฟฟ้า ก็จะมาจากแบตเตอรี่แบ็คอัพที่อยู่บนเมนบอร์ด (แบตเตอรี่แบ็คอัพจะมีลักษณะเป็นกระป๋องสีฟ้า หรือเป็นลักษณะกลมแบนสีเงิน ภายในจะบรรจุแบตเตอรรี่แบบลิเธี่ยมขนาด 3 โวลต์ไว้) แต่ตอ่มาได้รวมชิพทั้งสองเข้าด้วยกัน และเรียกชื่อว่าชิพรอมไบออสเพียงอย่างเดียว แต่ต่อมาได้มีการพัฒนา เทคโนโลยชิพรอมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นแบบ EEPROM หรือ E2PROM โดยคุณจะสามารถทั้งเขียน และลบข้อมูล โดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ ได้ด้วยตัวเองอย่างง่าย ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน




3. หน่วยความจำแคชระดับสอง 
ที่ทำหน้าเป็นเหมือนหน่วยความจำ และบัฟเฟอร์ให้กับซีพียู โดยใช้หลักการ การทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ความเร็วสูงกว่า ทำให้เสียเวลา ไปกับการรอคอยให้อุปกรณ์ ที่มีความเร็วต่ำนั้น ทำงานจนเสร็จสิ้นลง เพราะCPUมีความเร็วในการทำงานสูงมาก การที่CPUต้องการข้อมูล ซักชุดหนึ่งเพื่อนำไปประมวลผลถ้าไม่มีหน่วยความจำแคช



ประเภทของเมนบอร์ดและลายละเอียด
  แบบ ATX, Micro ATX และ Flex ATX
         
เมนบอร์ดแบบ ATX นั้นถือได้ว่าเป็นมาตรฐานที่มีใช้กันมานานและได้รับความนิยมอย่างสูงตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้รับการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้
เหมาะสมกับเคสขนาดเล็กที่จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่าย โดยลดจำนวนบางอย่างเช่น PCI Slot บนเมนบบอร์ดลงไปพร้อมกับนำเอาอุปกรณ์บางอย่างเช่น
การ์ดเสียง มาบรรจุลงบนตัวเมนบอร์ดอยู่ในรูปแบบขอออองชิปเสียงทำให้กลายเป็นเมนบอร์ดขนาดกะทัดรัดที่มีคุณสมบัติต่างครบถ้วน เช่น เมนบอร์ดแบบ Micro ATX
และ Flex ATX 
เมนบอร์ดแบบ ATX
        
เป็นเมนบอร์ดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงโดยทั่วไปจะมีสล็อตแบบ PCI 5-6 สล็อต , AGP 1 สล็อต และช่องเสียบ RAM ขึ้นอยู่แต่ละ ยี่ห้อ เป็นต้น รวมถึงคอนเน็กเตอร์ต่างๆก็แยกเป็นสีติดอยู่กับตัว เมนบอร์ดทางด้านหลังเลย




 เมนบอร์ดแบบ Micro ATX
        
เป็นเมนบอร์ดสำหรับผู้ใช้ต้องการความประหยัด และต้องการนำไปใช้แบบทั่ว ๆ ไปอุปกรณ์ส่วนใหญ่มักเป็นแบบออนบอร์ด เช่น การ์ดจอ การ์ดเสียงและการ์ดแลน
จึงลดจำนวน สล็อต PCI เหลือแค่ 3-4 สล็อตเท่านั้น



เมนบอร์ดแบบ Flex ATX
        
เป็นเมนบอร์ดสำหรับเครื่องขนาดเล็กกะทัดรัด ทำให้ประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะ โดยลดลงจำนวนสล็อต PCI ลงอีกจนเหลือเพียงแค่ 2-3 สล็อตเท่านั้น อุปกรณ์ที่ใช้แทบ
ทุกอย่างจะเป็นแบบออนบอร์ด ปัจจุบันจะเป็นที่นิยมใช้กันมากตามบริษัทหรือหน่วยงานเอกชนต่างๆที่ต้องการประหยัดพื้นที่ในการทำงาน


 เมนบอร์ดแบบ BTX
       BTX (Balanced Technology Extended)
เป็น Form Factor หรือรูปแบบของเมนบอร์ด มาตรฐานใหม่ของ อินเทลที่กำลังจะออกมาในเร็วๆนี้ซึ่งนอกจากจะประกอบด้วย Socket T หรือ LGA 755 แบบใหม่สำหรับซีพีอยู่ในตระกูล Prescott แล้ว ก็ยังพ่วงเทคโนโลยีใหม่เช่นการใช้หน่วยความจำ DDR II และสล็อตแบบ PCI Express ซึ่งทุกออกแบบมา แทนสล็อตเดิมๆแบบ PCI และ AGP โดย PCI Express x1 ( ที่มาแทนที่ PCI เดิม ) จะมีอัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงถึง
250 MB/s
ในแบบทิศทางเดียว (Half-Duplex) หรือ 500MB/s ในแบบสองทิศทาง (Half-Duplex) ขณะที่ PCI Slot เดิมนั้นมีอัตราการรับส่งข้อมูลเพียง
132 MB/s
เท่านั้น ส่วน PCI Express x16( ที่ออกแบบให้มาแทน AGP 8x ในปัจจุบัน ) จะมีอัตรารับส่งข้อมูลถึง 4 GB/s เท่านั้น (Half-Duplex) หรือ
8 GB/s(Full-Duplex)
ขณะที่ AGP 8x เดิมนั้นมีอัตราการรับส่งข้อมูลเพียง 2GB/s เท่านั้น


        เมนบอร์ดแบบ BTX ได้ปรับปรุงการระบายความร้อนภายในตัวเครื่องรวมถึงซีพียูด้วยโดยแยกจุดที่เกิดความร้อนสุงออกจากัน และเพิ่มตัวกระจายความร้อน (Thermal Module) ซึ่งอาจมีตัวยืดกับเคสหรือ SRM (Support and retention Module) ด้วย
  Form Factor แบบ BTX นี้ทั้งหมด 3 แบบคือ
Standard BTX ขนาด 12.8”x10.5” จะมีสล็อต PCI 32 บิตแบบเดิมอยู่ประมาณ 4 สล็อต , PCI Express x1 มี 2 PCI สล็อด
และ PCI Express x16 อิก 1 สล็อด
Micro BTX ขนาด 10.4” x10.5” จะมี PCI Slot 32 บิตแบบเดิมอยู่ 1 สล็อด , PCI Express x1 มี 2 สล็อด และ PCI Express x16
อิก 1 สล็อด
Pico BTX ซึ่งจะมีแต่ PCI Express x1 และ x16 อย่างละหนึ่งสล็อดเท่านั้น 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น