ฮาร์ดดิส (Hard Disk )
ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร
ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) ถือว่ามีความสำคัญมาก
ถ้าหากไม่มีฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของคุณจะไม่สามารถทำงานได้
เนื่องจากขาดสื่อหลักที่ใช้ในการเก็บบันทึกข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์
ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) เปรียบเสมือนคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีความจุที่ค่อนข้างสูง ภายในฮาร์ดดิสก์จะมีแผ่นจานเหล็กกลมแบบที่ใช้บันทึกข้อมูลวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ และยึดติดกับมอเตอร์ที่มีความเร็วในการหมุนหลายพันรอบต่อนาทีโดยมีแขนเล็กๆที่ยื่นออดมา ตรงปลายแขนจะมีหัวอ่านซึ่งใช้สำหรับการอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก การอ่านหรือเขียนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์จะใช้หลักการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่หัวอ่านขนาดของจานที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop) จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 นิ้ว ส่วนถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ของโน้ตบุ๊คก็ประมาณ 2.5 นิ้ว
ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) เปรียบเสมือนคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีความจุที่ค่อนข้างสูง ภายในฮาร์ดดิสก์จะมีแผ่นจานเหล็กกลมแบบที่ใช้บันทึกข้อมูลวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ และยึดติดกับมอเตอร์ที่มีความเร็วในการหมุนหลายพันรอบต่อนาทีโดยมีแขนเล็กๆที่ยื่นออดมา ตรงปลายแขนจะมีหัวอ่านซึ่งใช้สำหรับการอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก การอ่านหรือเขียนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์จะใช้หลักการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่หัวอ่านขนาดของจานที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop) จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 นิ้ว ส่วนถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ของโน้ตบุ๊คก็ประมาณ 2.5 นิ้ว
ประวัติ
ฮาร์ดดิสก์ที่มีกลไกแบบปัจจุบันถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2499 (1956) โดยนักประดิษฐ์ยุคบุกเบิกแห่งบริษัทไอบีเอ็ม
เรย์โนล์ด จอห์นสัน ซึ่งในขณะนั้น ฮาร์ดดิสก์มีขนาดค่อนข้างใหญ่
มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20
นิ้ว มีความจุเพียงระดับเมกะไบต์เท่านั้น โดยใช้หน่วยการเปรียบเทียบเป็น
บระดับจิกะไบต์ในปัจจุบัน ซึ่ง 1,024MB = 1GB ในตอนแรกใช้ชื่อเรียกว่า ฟิกส์ดิสก์ fixed disk หรือจานบันทึกที่ติดอยู่กับที่ ในบริษัท IBM เรียกว่า วินเชสเตอร์ส Winchesters
ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ จานบันทึกแบบแข็ง เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์ จานบันทึกแบบอ่อน ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็ม พีทรี, เครื่องบัน ทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาด พกพา PDA จนกระทั่งภายใน โทรศัพท์มือถือ บางรุ่นตั้งแต่ภายในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาเช่นยี่ห้อ (โนเกีย และ ซัมซุง สองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มี ฮาร์ดดิสก์
ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ จานบันทึกแบบแข็ง เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์ จานบันทึกแบบอ่อน ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็ม พีทรี, เครื่องบัน ทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาด พกพา PDA จนกระทั่งภายใน โทรศัพท์มือถือ บางรุ่นตั้งแต่ภายในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาเช่นยี่ห้อ (โนเกีย และ ซัมซุง สองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มี ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วย
1. หัวอ่าน (Head) เป็นส่วนหนึ่งของแขนหัวอ่าน
ซึ่งเจ้าหัวอ่านตัวนี้สร้างจากขดลวด เพื่อใช้อ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก
โดยการรับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ ก่อนเกิดความเหนี่ยวนำทางแม่เหล็ก
และไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสนามแม่เหล็ก
และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั่นเอง
2. แขนหัวอ่าน
(Actuator Arm) มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กยาวๆ
ซึ่งสามารถรับคำสั่งจากวงจรให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้
ไม่ว่าจะเป็นอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยต้องทำงานร่วมกับหัวอ่าน
3. จานแม่เหล็ก
(Platters) มีลักษณะเป็นจานกลมๆ
เคลือบด้วยสารแม่เหล็กวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นขึ้นอยู่กับความจุ
เจ้าสารแม่เหล็กที่เองที่เป็นข้อมูลต่างๆ ของเรา
โดยข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกในลักษณะของเลข 0 และ
1 แผ่นแม่เหล็กนั้นติดกับมอเตอร์สำหรับหมุน (Spindle Motor) และสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน
4. มอเตอร์หมุนแผ่นแม่เหล็ก
(Spindle Motor) เป็นตัวควบคุมจานแม่เหล็กให้หมุนไปยังตำแหน่งที่ต้องการเพื่อบันทึก
หรือแก้ไขข้อมูล ปกติมักมีความเร็วในการหมุนประมาณ 7200 รอบต่อนาที
แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมทำให้ตัวมอเตอร์มาสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง
1 หมื่นรอบต่อนาที
5.เคส (Case) หรือตัวกล่องสี่เหลี่ยม
ซึ่งเป็นที่บรรจุส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการทำงานของฮาร์ดดิสก์
Hard disk มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
Hard disk สามารถแบ่งตามรูปแบบการต่อพ่วงได้ 3 ประเภท (เท่าที่ยังใช้กันอยู่) คือ
1. IDE Hard disk – เป็น hard disk ประเภทเก่าที่สุดที่ยังใช้กันอยู่ สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ 8.3 MB/วินาที
Hard disk สามารถแบ่งตามรูปแบบการต่อพ่วงได้ 3 ประเภท (เท่าที่ยังใช้กันอยู่) คือ
1. IDE Hard disk – เป็น hard disk ประเภทเก่าที่สุดที่ยังใช้กันอยู่ สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ 8.3 MB/วินาที
2. SCSI Hard disk – เป็น hard disk ที่นิยมใช้ในเครื่อง Server สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ 320 MB/วินาที
3. SATA Hard disk – เป็น hard disk มาตรฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ทั่วไป สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ 150 MB/วินาที
นอกจากนี้ Hard disk สามารถแบ่งออกตามลักษณะการทำงานได้ 2 ประเภทคือ
1. Hard disk แบบจานหมุน – เป็น hard disk ทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้วด้านบน
2. Hard disk แบบ Solid-State Drive (SSD) เป็น harddisk แบบใหม่ล่าสุด ไม่มีจานหมุน ไม่มีส่วนเคลื่อนที่ สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วมาก มากกว่าแบบจานหมุนถึง 100 เท่า ปัจจุบันกำลังเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ราคายังค่อนข้างสูง
1. Hard disk แบบจานหมุน – เป็น hard disk ทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้วด้านบน
2. Hard disk แบบ Solid-State Drive (SSD) เป็น harddisk แบบใหม่ล่าสุด ไม่มีจานหมุน ไม่มีส่วนเคลื่อนที่ สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วมาก มากกว่าแบบจานหมุนถึง 100 เท่า ปัจจุบันกำลังเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ราคายังค่อนข้างสูง
ขนาด
และความจุ
ความจุของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปในปัจจุบันนั้นมีตั้งแต่
20 จิกะไบต์ ถึง 4 เทระไบต์
ขนาดความหนา 8 inch: 9.5 นิ้ว x 4.624 นิ้ว x 14.25
นิ้ว (241.3 มิลลิเมตร x
117.5 มิลลิเมตร x 362 มิลลิเมตร)
ขนาดความหนา 5.25 inch: 5.75 นิ้ว x 1.63 นิ้วx8 นิ้ว (146.1 มิลลิเมตร x
41.4 มิลลิเมตรx203 มิลลิเมตร)
ปัจจุบันภายในปี
2555 มีประเภทของฮาร์ดดิสก์ต่อไปนี้
ขนาดความหนาขนาดความหนา
3.5 นิ้ว = 4 นิ้ว×1 นิ้ว×5.75 นิ้ว (101.6 มิลลิเมตร×25.4 มิลลิเมตร×146
มิลลิเมตร) = 376.77344cm³
เป็นฮาร์ดดิสก์
สำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ Desktop PC หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
Server ความเร็วในการหมุนจาน 10,000 7,200 5,400 RPM ตามลำดับ โดยมีความจุในปัจจุบันตั้งแต่ 80 GB ถึง 4 TB
ขนาดความหนา 2.5 = 2.75 นิ้ว x 0.374–0.59 นิ้ว x 3.945
นิ้ว (69.85 มิลลิเมตร x
9.5–15 มิลลิเมตร×100 มิลลิเมตร) = 66.3575cm³ - 104.775cm³
นิ้วเป็นฮาร์ดดิสก์
สำหรับคอมพิวเตอร์พกพา Notebook
, Laptop ,UMPC, Netbook, อุปกรณ์มัลติมีเดียพกพา ความเร็วในการหมุนจาน 5,400 RPM โดยมีความจุในปัจจุบันตั้งแต่ 60 GB ถึง 2 TB
ขนาดความหนา1.8 นิ้ว: 54 มิลลิเมตร
x 8 มิลลิเมตร x 71 มิลลิเมตร=
30.672cm³
ขนาดความหนา1 นิ้ว: 42.8 มิลลิเมตร
x 5 มิลลิเมตร x 36.4 มิลลิเมตร
ขนาดความหนา0.85 นิ้ว: 24 มิลลิเมตร
x 5 มิลลิเมตร x 32 มิลลิเมตร
ยิ่งมีความจุมาก
ก็จะยิ่งทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยความต้องการของตลาดในปัจจุบันที่ต้องการแหล่งเก็บข้อมูลที่มีความจุใน ปริมาณมาก
มีความน่าเชื่อถือในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
และไม่จำเป็นต้องต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าอันใดอันหนึ่งได้นำไปสู่
ฮาร์ดดิสก์รูปแบบใหม่ต่างๆ
เช่นกลุ่มจานบันทึกข้อมูลอิสระประกอบจำนวนมากที่เรียกว่าเทคโนโลยี RAID รวมไปถึงฮาร์ดดิสก์ที่มีลักษณะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย
เพื่อที่ผู้ใช้จะได้สามารถเข้าถึงข้อมูลในปริมาณมากได้ เช่นฮาร์ดแวร์ NAS network attached storage เป็นการนำฮาร์ดดิสก์มาทำเป็นเครื่อข่ายส่วนตัว
และระบบ SAN storage
area network เป็นการนำฮาร์ดดิสก์มาเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการเก็บข้อมูล
การเลือกซื้อ
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
เครื่องคอมพิวเตอร์ภายในสำนักงาน ที่ไม่ต้องการประสิทธิภาพสูง
เนื่องจากไม่ได้มีเขียนและอ่านไฟล์อย่างหนักหน่วงหรือถูกใช้งานตลอดเวลา
แต่เน้นที่ความคุ้มค่าระหว่างประสิทธิภาพและราคา
2. เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานด้านมัลติมีเดีย
เกมมิ่งพีซที่ต้องการประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลสูง
เพราะต้องทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
จึงต้องการฮาร์ดไดร์ฟที่อึดทนกว่าปกติ เพื่อเพิ่มความมั่นในการสร้างสรรค์ผลงาน
3. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย
มีการเข้าถึงข้อมูลตลอดเวลา ถูกเปิดใช้งานต่อเนื่องแบบ 24/7 จึงต้องการฮาร์ดดิสก์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
มีแคชขนาดใหญ่
พร้อมสำหรับการใช้งานเข้าถึงข้อมูลไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กได้อย่างหนักหน่วง
4. เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดแบบดิจิทัล
ที่ต้องเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ตลอดเวลาแบบ 24/7 สามารถทนต่อความร้อนที่เกิดจากการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ไว้วางใจด้านความเสถียร
เพราะข้อมูลซึ่งถูกบันทึกจากกล้องวงจรปิดอาจเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญที่ไม่อาจสูญหายได้
5. ระบบเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรธุรกิจ
ต้องการความพร้อมสำหรับการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานกับไฟล์จำนวนมหาศาล
ระบบบันทึกวิดีโอจากกล้องวงจรปิดจำนวนมาก
และพร้อมสำหรับการขยับขยายขนาดของระบบในอนาคต
แหล่งอ้างอิง








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น